ไม้ในประเทศไทยที่เหมาะสมสำหรับการปลูกเพื่อเป็นพลังงานส่วนใหญ่เป็นไม้โตเร็ว มีวงรอบการตัดสั้น และให้ปริมาณมวลชีวภาพสูง ซึ่งหมายถึงมีอัตราการเติบโตและสะสมเนื้อไม้มาก ทำให้สามารถนำมาใช้เป็นเชื้อเพลิงได้ในเวลาอันสั้น ไม้เหล่านี้ส่วนใหญ่เป็นไม้เนื้ออ่อนถึงเนื้อแข็งปานกลาง มีคุณสมบัติที่เหมาะสมต่อการนำไปใช้ผลิตพลังงานความร้อนและพลังงานไฟฟ้า
ตัวอย่างไม้ที่เหมาะสมสำหรับปลูกเป็นพลังงานในประเทศไทย
- ไม้ยูคาลิปตัส: เป็นไม้โตเร็วที่ได้รับความนิยมในการปลูกเพื่อใช้เป็นพลังงาน มีหลายสายพันธุ์ที่เหมาะสมกับสภาพอากาศและดินของประเทศไทย เช่น ยูคาลิปตัสลูกผสม ยูคาลิปตัสคามาลดูเลนซิส
- กระถินเทพา: เป็นไม้โตเร็วอีกชนิดหนึ่งที่สามารถนำมาใช้เป็นเชื้อเพลิงได้ดี นอกจากนี้ยังมีคุณสมบัติในการปรับปรุงดิน ทำให้เหมาะสำหรับการปลูกในพื้นที่เสื่อมโทรม
- กระถินยักษ์: เป็นไม้โตเร็วที่ให้ปริมาณมวลชีวภาพสูง เหมาะสำหรับการปลูกเพื่อใช้เป็นพลังงานในพื้นที่ที่มีปริมาณน้ำฝนน้อย
- ไม้ไผ่: เป็นพืชที่โตเร็วและให้ผลผลิตสูง สามารถนำมาใช้เป็นเชื้อเพลิงได้หลากหลายรูปแบบ เช่น ใช้โดยตรง หรือนำไปแปรรูปเป็นเชื้อเพลิงอัดแท่ง
- สะเดา: เป็นไม้ที่ทนทานต่อสภาพแห้งแล้งและแมลงศัตรูพืช ให้ปริมาณมวลชีวภาพสูง และมีคุณสมบัติทางเคมีที่เหมาะสมต่อการนำไปใช้เป็นเชื้อเพลิง
ข้อควรพิจารณาในการเลือกไม้เพื่อปลูกเป็นพลังงาน
- สายพันธุ์ไม้: ควรเลือกสายพันธุ์ที่เหมาะสมกับสภาพอากาศและดินในพื้นที่ปลูก
- ระยะเวลาการเติบโต: ควรเลือกไม้ที่มีวงรอบการตัดสั้น เพื่อให้ได้ผลผลิตเร็ว
- ปริมาณมวลชีวภาพ: ควรเลือกไม้ที่ให้ปริมาณมวลชีวภาพสูง เพื่อให้ได้ผลผลิตพลังงานมาก
- คุณสมบัติทางเคมี: ควรเลือกไม้ที่มีคุณสมบัติทางเคมีที่เหมาะสมต่อการนำไปใช้เป็นเชื้อเพลิง
- ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม: ควรพิจารณาผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมจากการปลูกไม้ เช่น การใช้ทรัพยากรน้ำ และผลกระทบต่อความหลากหลายทางชีวภาพ
ข้อดีของการปลูกไม้เพื่อเป็นพลังงาน
- เป็นแหล่งพลังงานหมุนเวียน: ไม้เป็นทรัพยากรที่สามารถปลูกใหม่ได้ ทำให้เป็นแหล่งพลังงานที่ยั่งยืน
- ช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก: การใช้ไม้เป็นเชื้อเพลิงสามารถช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก เมื่อเทียบกับการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิล
- สร้างรายได้: การปลูกไม้เพื่อเป็นพลังงานสามารถสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรและชุมชน
- ใช้ประโยชน์จากพื้นที่ว่าง: สามารถปลูกไม้ในพื้นที่ว่างเปล่า หรือพื้นที่ที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์ทางการเกษตร
ข้อเสียของการปลูกไม้เพื่อเป็นพลังงาน
- ใช้ทรัพยากรน้ำ: การปลูกไม้อาจต้องใช้ทรัพยากรน้ำมาก โดยเฉพาะในพื้นที่แห้งแล้ง
- ผลกระทบต่อความหลากหลายทางชีวภาพ: การปลูกไม้ชนิดเดียวในพื้นที่ขนาดใหญ่อาจส่งผลกระทบต่อความหลากหลายทางชีวภาพ
- ต้องใช้เวลา: การปลูกไม้ต้องใช้เวลาในการเติบโต ก่อนที่จะสามารถนำมาใช้เป็นพลังงานได้
สรุป
การปลูกไม้เพื่อเป็นพลังงานเป็นทางเลือกหนึ่งในการผลิตพลังงานหมุนเวียนที่น่าสนใจ แต่ต้องมีการวางแผนและจัดการอย่างรอบคอบ เพื่อให้ได้ผลผลิตที่มีประสิทธิภาพและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น